เครน (Crane) หรือปั้นจั่น เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ในการยกและเคลื่อนย้ายวัตถุที่มีน้ำหนักมากในโรงงานอุตสาหกรรม ไซต์ก่อสร้าง และสถานประกอบการต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม การใช้เครนจำเป็นต้องมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น หนึ่งในมาตรการที่สำคัญคือการตรวจสอบและทดสอบเครนโดย ผู้ตรวจเครน ที่มีคุณสมบัติถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
ความสำคัญของการตรวจสอบเครน
เครนเป็นเครื่องจักรที่ต้องรองรับน้ำหนักมากและทำงานภายใต้แรงดันสูง หากไม่มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาที่เหมาะสม อาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เช่น เครนพังถล่ม สายสลิงขาด หรือโหลดตกจากเครน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้ปฏิบัติงานและองค์กร
ดังนั้น การตรวจสอบเครนอย่างถูกต้องตามมาตรฐานจึงเป็นสิ่งที่นายจ้างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องดำเนินการโดยบุคลากรที่มีคุณสมบัติ และได้รับการรับรองตามกฎหมาย
คุณสมบัติของผู้ตรวจเครนตามกฎหมาย
- เป็นวิศวกรเครื่องกล หรือวิศวกรสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง และมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม (กว.) และเป็นวิศวกรระดับภาคีขึ้นไป
-
ต้องได้รับการอนุญาตจากนิติบุคคลที่ได้รับการรับรองจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตามมาตรา 11
-
ต้องได้รับการอนุญาตจากบุคคลที่ได้รับการอนุมัติจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ตามมาตรา 9
สำหรับการได้รับอนุญาตจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ไม่ว่าจะเป็น 9 หรือ 11 สามารถเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งได้ ต่างกันเพียงแค่เป็น นิติบุคคล กับบุคลลธรรมดา
คุณสมบัติวิศวกรตรวจเครน เพิ่มเติมที่นายจ้างต้องทราบ
ตาม กฎกระทรวงกำหนดสาขาวิชาชีพวิศวกรรมและวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม พ.ศ.2565 ได้แบ่ง ระดับใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมเครื่องกลตามข้อกำหนดของสภาวิศวกรมีทั้งหมด 3 ระดับ ดังนี้:
-
ภาคีวิศวกร
-
สามัญวิศวกร
-
วุฒิวิศวกร
โดยระดับใบประกอบวิชาชีพจะมีผลต่อการรับรองเครน โดยงานตรวจสภาพและทดสอบเครน (ปจ1 ปจ2) มีข้อกำหนดว่า
- วิศวกรสามัญ และ วิศวกรวุฒิ สามารถตรวจสอบเครื่องจักรได้ทุกรูปแบบ โดยไม่จำกัดขนาดกำลัง
- วิศวกรภาคี สามารถตรวจสอบเครื่องจักรที่มีขนาดกำลังไม่เกิน 100 กิโลวัตต์ (KW) ต่อเครื่อง
- วิศวกรพิเศษ สามารถตรวจสอบได้เฉพาะเครื่องจักรที่ระบุในใบอนุญาตเท่านั้น
ก่อนใช้บริการตรวจเครน นายจ้างจึงควรสอบถามด้วยว่า วิศวกรที่จะมาตรวจสอบอยู่ในระดับไหน และมาเทียบขนาดกำลังเครื่องจักรของคุณ ผู้ให้บริการเครน สามารถตรวจรับรองได้หรือไม่
หน้าที่ของผู้ตรวจปั้นจั่น
ผู้ตรวจปั้นจั่นต้องดำเนินการตรวจสอบและทดสอบปั้นจั่น ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งประกอบด้วย
1 ตรวจสอบด้านโครงสร้าง
- ตรวจสอบโครงสร้างหลักของเครน ว่ามีการแตกร้าว ผุกร่อน หรือบิดเบี้ยวหรือไม่
- ตรวจสอบรอยเชื่อมของโครงสร้างว่ามีการแตกร้าวหรือหลุดร่อนหรือไม่
2. ตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมและระบบไฟฟ้า
- ตรวจสอบ มอเตอร์ สวิตช์ควบคุม รีเลย์ และแผงวงจรไฟฟ้า
- ตรวจสอบการทำงานของ เบรกและอุปกรณ์ป้องกันโหลดเกิน (Overload Protection System)
3. ตรวจสอบอุปกรณ์ยกและส่วนประกอบอื่น ๆ
- ตรวจสอบ สลิง รอก และตะขอเกี่ยว ว่ามีความเสียหายหรือไม่
- ตรวจสอบการทำงานของระบบ ลิมิตสวิตช์ (Limit Switch)
4. ทดสอบโหลดเทส (Load Test)
- ทดสอบการยกของเครนด้วยน้ำหนักที่กำหนดเพื่อดูว่าเครนสามารถรับน้ำหนักได้ตามข้อกำหนดหรือไม่
- ตรวจสอบแรงดึงของลวดสลิงและอุปกรณ์ล็อกความปลอดภัย
เครนที่ต้องมีการตรวจสอบตามกฎหมาย
นายจ้างอาจสงสัยว่าเครนชนิดไหนบ้างต้องมีการตรวจเครน เราต้องตอบเลยว่าเครนทุกชนิดต้องตรวจ
ซึ่งก็จะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ ปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่ (ปจ.1) และ ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่ (ปจ.2) หากปั้นจั่นของคุณจัดอยู่ในชนิดไหน ก็จะต้องขอการตรวจสอบปั้นจั่นตามชนิด ตัวอย่างประเภทเครนที่ต้องตรวจเช่น
- เครนเหนือศีรษะ (Overhead Crane) – ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมและโกดังสินค้า
- เครนติดตั้งกับยานพาหนะ (Truck Crane) – ใช้ในงานก่อสร้างและขนส่งวัสดุ
- เครนหอสูง (Tower Crane) – ใช้ในงานก่อสร้างอาคารสูง
- เครนเคลื่อนที่ (Mobile Crane) – ใช้ในงานก่อสร้างขนาดใหญ่
- เครนแขนหมุน (Jib Crane) – ใช้ในโรงงานและท่าเรือ
รายงานตรวจสอบเครน ต้องมีข้อมูลอะไรบ้าง
หลังจากการตรวจสอบและทดสอบเสร็จสิ้น ผู้ตรวจสอบต้องออกเอกสาร รายงานการตรวจสอบเครนให้กับสถานประกอบการ เอกสารนี้ต้องแสดงรายละเอียดต่าง ๆ เช่น
- ชื่อรุ่นและหมายเลขเครื่องของเครน
- วันเวลาที่ทำการตรวจสอบ
- ผลการตรวจสอบและข้อเสนอแนะ
- ข้อมูลผู้ตรวจสอบ
- ลายเซ็นของผู้ตรวจสอบที่ได้รับอนุญาต
- แนบภาพถ่ายวิศวกรกำลังตรวจเครน
- เอกสารเพิ่มเติม เช่น สำเนาใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม, Calibration, สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมจากสภาวิศวกร, สำเนาใบอนุญาติการเป็นผู้ให้บริการทดสอบปั้นจั่นขึ้นทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ,มครองแรงงาน
ความถี่ในการตรวจสอบเครน
การตรวจสอบเครนต้องทำบ่อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็น ประเภทการใช้งานเครน ระยะเวลาการใช้งาน สภาพแวดล้อมที่ใช้งานเครน ตามที่ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการทดสอบส่วนประกอบและอุปกรณ์ของปั้นจั่น พ.ศ. 2554 กำหนดให้มีการตรวจเครน ซึ่งแบ่งแยกได้เป็น 4 กรณีดังนี้
1. เครนสำหรับงานก่อสร้าง
-
- ขนาดพิกัดไม่เกิน 3 ตันให้มีการทดสอบทุก 6 เดือน
- ขนาดพิกัดมากกว่า 3 ตัน ให้มีการทดสอบทุก 3 เดือน
2. เครนสำหรับงานอื่นๆ
-
- ขนาดพิกัด 1 ตันไม่ถึง 3 ตัน ให้มีการทดสอบทุก 1 ปี
- ขนาดพิกัดมากกว่า 3 ตัน ไม่เกิน 50 ตัน ให้มีการทดสอบทุก 6 เดือน
- ขนาดพิกัดมากกว่า 50 ตันให้มีการตรวจสอบทุก 3 เดือน
3. เครนที่ไม่มีพิกัดยกอย่างปลอดภัย ให้วิศวกรเป็นผู้กำหนดน้ำหนักยก
4.เครนที่ไม่มีการใช้งานมาเป็นเวลา 6 เดือนให้ทดสอบใหม่ก่อนใช้งาน
สรุป
ก่อนเลือกใช้บริการตรวจเครนต้อง ทราบว่าผู้ตรวจเครนควรมีคุณสมบัติตามที่กฎหมาย คือเป็นวิศกวกรเครื่องกล หรือสาขาที่เกี่ยวข้องระบบภาคีขึ้นไป และต้องได้รับการขึ้นทะเบียนเป้นผู้ตรวจสอบตามมาตรา 9 หรือ 11 เพื่อความมั่นใจว่ามีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ความปลอดภัยต่าง ๆ การตรวจสอบเป็นประจำและการออกใบรับรองอย่างถูกต้องจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นและทำให้สถานประกอบการดำเนินงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
การปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการตรวจสอบเครนไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ แต่ยังเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบขององค์กรต่อความปลอดภัยของพนักงานและสังคมอีกด้วย
สำหรับผู้ที่สนใจให้บริการตรวจเครน กับวิศวกรเครื่องกลระดับสามัญที่ เซฟตี้เมมเบอร์ เรามีบริการตรวจเครน ทุกชนิด (ปจ1 ปจ2) พร้อมเดินทางให้บริการ 77 จังหวัด สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
บริการ : ตรวจเครน ปจ1 ปจ2
ติดต่อสอบถาม : อีเมล Sale@safetymember.net / โทร (064) 958 7451 (คุณแนน)
บทความที่น่าสนใจ
- อันตรายจากการตกจากที่สูง และ มาตรการป้องกัน
- สรุปประกาศกรมสวัสดิการฯใหม่ หลักสูตรอบรมลูกจ้างขับขี่รถยก 2567
- Work Permit กระบวนการขออนุญาตทำงานเสี่ยงอันตราย